สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเบตง

เมืองเบตงเบตง

เมืองเบตง เป็นอำเภอชายแดนใต้สุดของประเทศไทย อยู่ห่างจากยะลา 115 กม.เป็นเมืองใหญ่ มีความเจริญ ทัดเทียมกับจังหวัดยะลาเลยทีเดียว มีถนนเชื่อมสู่เขตสหพันธรัฐ มาเลเซียตรงด่านเบตงซึ่งอยู่ใต้สุดของเขตแดนไทย ตัวเมืองตั้งอยู่ในเขตที่โอบล้อมด้วยทิวเขาสูงอากาศเย็นสบาย สามารถปลูกดอกไม้ได้ทั้งปี "จนได้ชื่อว่าเมืองในหมอก ดอกไม้งาม" มีนกนางแอ่นเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ช่วงเดือนกันยายน-มีนาคม จะมีนกนางแอ่นมาพักอาศัยในเมืองนี้นับหมื่นตัว 


วัดพุทธาธิวาสวัดพุทธาธิวาส

วัดพุทธาธิวาส สถาปัตยกรรมที่งดงาม จัดสร้างอย่างมีชั้นเชิง ลดหลั่นตามสภาพความลาดเอียงของภูมิประเทศ ก่อเกิดเป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่มานมัสการมิเคยขาด 




อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ การใช้วิศกรรมชั้นสูง ในการก่อสร้างเป็นจุดเด่นแห่งอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์รถยนต์ลอดที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุด สวยที่สุด และเป็นหนึ่งในประเทศไทย ที่ตระหง่านอยู่กลางความภาคภูมิใจของชาวเบตง และชาวไทยทุกคน



ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศตู้ไปรษณีย์

ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตู้ไปรษณีย์ อาจเป็นสิ่งที่คุ้นตา กับชาวไทยเรา แล้วตู้ไปรษณีย์ที่มีขนาดความสูงกว่า 3 เมตร และมีเส้นรอบวงเกือบครึ่งเมตร


ตู้ไปรษณีย์แห่งนี้ ตั้งอยู่ ณ มุมถนนสุขยางค์ บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาตั้งแต่ปี 2467 เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กมีเส้นรอบวงของตัวตู้ประมาณ 140 ซม. ตู้มีความสูงถึง 290 ซม. นับจากฐานขึ้นไป รวมความสูงทั้งหมดประมาณ 320 ซม. อายุร่วม 80 ปี ในอดีตการเดินทางและการติดต่อสื่อสารระหว่างอำเภอเบตงกับอำเภออื่น ๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก การติดต่อสื่อสารด้วยจดหมาย จึงสะดวกที่สุด โดยนายสงวน จิระจินดา นายกเทศมนตรีอำเภอเบตงในขณะนั้นเคยเป็นนายไปรษณีย์มาก่อน จึงได้จัดสร้างตู้ไปรษณีย์นี้ไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การติดต่อสื่อสารของอำเภอเบตง และยังได้ติดตั้งวิทยุกระจายเสียงไว้ในส่วนบนของตู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับฟังข่าวสารจากทางราชการด้วยและปัจจุบันตู้ไปรษณีย์ใบนี้ ก็ยังใช้งานอยู่พร้อมบริการรับจดหมายเหมือนตู้ไปรษณีย์ทั่ว ๆ ไป และเพื่อความเป็นที่หนึ่งเพื่อสื่อถึงสัญลักษณ์แห่งการสื่อสารของอำเภอเบตง เทศบาลเมืองเบตงจึงได้จำลองตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 3.5 เท่า ตั้งอยู่ในบริเวณสวนมหาดไทย ศาลาประชาคม


หอนาฬิกา

หอนาฬิกาหอนาฬิกาเมืองเบตง คงไม่มีใครปฏิเสธ ประติมากรรมรูปสัตว์ในเทพนิยายไทย ที่สลักด้วยหินอ่อนอันงดงาม เคียงตระหง่านคู่หอนาฬิกาเมืองเบตง ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญที่ผ่านการสร้างบ้านแปลงเมือง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน





มัสยิดกลาง

มัสยิดกลางมัสยิดกลางเบตง อารยธรรมอันงดงามของศาสนาอิสลาม คือ จารีตประเพณีสำคัญ ที่สั่งสมมายังลูกหลาน ก่อเกิดเป็นการกระทำที่หนักแน่น แต่แฝงด้วยข้อคิดที่จรรโลงไว้ซึ่งหลักธรรมคำสอน และแนวทางการปฏิบัติอันเป็นเอกภาพ จุดกำเนิดของมัสยิดนี้ไม่ชัดเจนนัก แต่มีผู้รู้บอกว่าเริ่มแรกนั้นมีเพียงเสาไม้ตั้งอยู่ 6 ต้น ใบจากอีก 6 ตับ โดยมีโต๊ะอิหม่ามคนแรกชื่อ ปือดีกา การีม หลักจากท่านถึงแก่กรรม ได้ย้ายมัสยิดไปยังหมู่บ้านกำปงปือตอ กำปงตือเม๊าะ และกำปงยูรอตามลำดับ กระทั่งเมื่อประมาณเกือบ 100 ปี ที่แล้ว จึงได้ย้ายมัสยิดมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน


บ่อน้ำพุร้อน

บ่อน้ำพุร้อน บ่อน้ำพุร้อน เชื่อกันว่า กรดกำมะถันนั้น มีสรรพคุณมากมายในการช่วยลดไขมัน บรรเทาอาการของโรคผิวหนังบางชนิด แก้โรคเหน็บชา และช่วยกระตุ้นจุดต่าง ๆ ของร่างกายให้ผ่อนคลาย บรรยากาศบริเวณรอบ ๆ น้ำพุร้อนเหมาะกับการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ อีกทั้งยั้งมีบ่อพักน้ำที่สามารถลงไปแช่น้ำแร่ได้ และบ่อสำหรับต้มไข่ให้นักท่องเที่ยวได้ต้มแล้วปอกรับประทานได้อย่างเพลิดเพลิน ซึ่งความร้อนของบ่อจะทำให้ไข่สุกภายใน 7 นาที นอกจากนี้ยังมีบริการห้องอาบน้ำแร่ไว้บริการแก่ผู้สนใจด้วย



สวนไม้ดอกเมืองหนาว

สวนไม้ดอกเมืองหนาวสวนไม้ดอกเมืองหนาว ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านปิยะมิตร 2 ซึ่งเดิมเคยเป็นหมู่บ้านของผู้ที่เข้าร่วมพัฒนาชาติไทยเมื่อครั้งอดีต ปัจจุบันหมู่บ้านปิยะมิตรยังอยู่เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำให้กับบรรพชนรุ่นหลังที่อาศัยอยู่ ณ ที่นี้ อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของชาวหมู่บ้านปิยะมิตร และโครงการปลูกดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโครงการส่งเสริมรายได้ให้กับชาวหมู่บ้านปิยะมิตรอีกทางหนึ่ง ความงดงามของไม้ดอกนานาพันธุ์ที่ถูกบรรจงปลูกเป็นทิวแถว บานสะพรั่งอยู่ทั่วเนินเขาที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขาสูงในสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นของภาคใต้


อุโมงค์ปิยะมิตร

อุโมงค์ปิยะมิตรอุโมงค์ปิยะมิตร เป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา เมื่อปี พ.ศ.2519 มีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการเพื่อหลบภัยทางอากาศ และสะสมเสบียง ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยป่าทึบ ภายในอุโมงค์มีความกว้างพอคนเดินได้มีความยาวของอุโมงค์ ประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีตมีทางเข้า-ออก 9 ทาง แต่ปัจจุบันเหลือ 6 ทาง โดยปัจจุบันยังคง มีกลิ่นอาย และร่องรอยของการดำรงชีวิตที่หลงเหลืออยู่



ป่าบาลา-ฮาลา

ป่าบาลา-ฮาลาป่าบาลา-ฮาลา เป็นผืนป่าดงดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ และหลากหลายในเชิงนิเวศน์ นอกจากนี้ป่าบาลา-ฮาลา มีความสำคัญในฐานะเป็นแหล่งรวมพันธุกรรมอันยิ่งใหญ่ของโลก ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญ 3 สาย คือแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำโก-ลก หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน